Gig Stories

มาทำความรู้จัก 4 ดีเจ Line up ใหม่ ที่จะมาร่วมแจมใน SENSATION RISE

29 ก.ค. นี้ ใกล้เข้ามาแล้วนะ ชุดขาวพร้อมหรือยัง?

อีกเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ปาร์ตี้สีขาวที่หลายคนรอคอยก็พร้อมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่มาพร้อมกับโปรดักชั่นอันอลังการ ใน Sensation ‘RISE’ ว่าแต่ ชุดขาวพร้อมหรือยังล่ะ ระหว่างนี้ เราเลยขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ 4 ดีเจชื่อดัง Line up ใหม่ที่เรขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกันเบื้องต้นกันก่อนที่จะได้พบกัน

เริ่มกันที่คู่แรก กับสองพี่น้อง Aleksandr & Yury ในนาม Matisse & Sadko เขาคือคู่หูดีเจชาวรัสเซียที่ฮอตที่สุดในขณะนี้ ตลอดอาชีพดีเจของพวกเขา ได้รับความนิยมสูงมากในวงการได้ทำเพลงหลายๆแนว และยังสร้างสรรค์ให้เพลงติดตลาดอย่างมากไปทั่วโลก พวกเขาได้ร่วมงานกับศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น Steve Angello (“SLVR”), Arty (“Trio”, “Riot”) และ Martin Garrix (“Break Through The Silence”, “Dragon”, “Together”) และมีหลายผลงานที่ติดชาร์ตและขึ้นเป็นศิลปินชั้นนำ

Matisse & Sadko

 

ในปี 2013 Matisse & Sadko ได้เปิดตัวผลงานเพลง “SVLR” ที่ทำร่วมกับ Steve Angello ตามด้วยการนำเสนอผลงานผ่าน SPINNIN ‘Records และต่อมาได้ทำงานร่วมกับ Martin Garrix ในเพลง Break Through the Silence EP ซึ่งเพลงนี้มียอด Streaming ทะลุถึง 42.3 ล้าน จากนั้นไม่นานพวกเขาก็ ปล่อยเพลง Lock’N’Load บนชาร์ต Beat’ng Electro House ก่อนที่จะกลับมาร่วมงานอีกครั้งกับ Martin Garrix ในเพลง “Together” ซึ่งมีการเล่นสะสมหลายล้านครั้ง  ท่ามกลางผลงานที่ออกมาในปี 2016

ทั้งสองได้ทำรีมิกซ์เพลงของ Afrojack และ Fais ในเพลง HEY และ Galantis ในเพลง “In My Head ก่อนที่จะได้รับหน้าที่ให้แต่งเพลง “GO” เพลงประกอบการแข่งขันชิงแชมป์โลกฮอกกี้น้ำแข็ง 2016 โดย “Jank’N’Gank” ในรายการ SPINNIN ‘ และมีผลงานขึ้นมาบนสำนักพิมพ์ของ Steve Aoki ใน Dim Mak ในปีพ. ศ. 2560 HNDZ ในเดือนตุลาคมปีพ.ศ. 2017

และพวกเขาได้กลับมาทำเพลงอีกครั้งกับ Martin Garrix ในชื่อเพลง “Forever” ซึ่งเป็นแนวเพลง Progressives house โดยแนวเพลงนี้เป็นที่โด่งดังทั่วโลก และนิยมอย่างมากในปี 2017

ในปี 2018 พวกเขาร่วมมือกับศิลปิน Tiesto เพลง Dawnbreaker ของพวกเขาได้รับการเปิดตัวในเดือนมีนาคมปี 2018 ใน Tiesto’s Musical Freedom  พี่น้องคู่นี้ยังมีการแสดงในทุกเฟสติวัลใหญ่ระดับโลกเช่น Tomorrowland และ Ultra และคลับระดับโลกอื่นๆเช่น Omnia Las Vegas, Ushuaia Ibiza, Octagon Seoul และ Zouk Singapore

 

มาต่อกันที่ดีเจคนถัดไป เขาคือ Chuckie เจ้าของรางวัลชนะเลิศ DJ/Producer ชาวอเมริกาใต้ในงาน MOBO AWARD  ติดกันถึงสองครั้ง!!! เขาได้โชว์ความสามารถทางด้านการมิกซ์ดนตรี และพลักดันโปรดักส์ชั่นด้วยHip-hopที่เฉียบแหลม จากดนตรีลาตินและดัชต์เฮาส์ เขายังถูกดึงมาทำงานกับ 50Cent, Trianidad James, Lupe Fiasco และToo Shot

 

Chuckie

 

เขาได้มีชื่อเสียงมากขึ้นในสายดนตรีอันรวดเร็วทำให้เขาถูกขนานนามว่าเป็น “เป็นราชาแห่งการมิกซ์ดนตรี” และเขาได้ทำเพลงขึ้นมาใหม่จากเพลงของศิลปินชั้นนำเช่น P.DIDDY, MICHAEL JACKSON, ENRIQUE IGLASIAS, JESS GLYNN,RIHANNA, SEAN PAUL และอีกมากมาย อีกทั้งรางวัล Gold and Platinum Discs จากเวที MTV AWARDS

 

 

เขาได้ขึ้นปกนิตยสาร และยังได้เดินทางไปทั่วโลก เราสามารถรู้ถึงเรื่องราวเหล่านี้ได้ อีกมากมาย เพราะความจริงเป็นเรื่องง่ายในยุคของเทคโนโลยีนี้และ SYNC’s DJ กว่า 99% ที่เขาสามารถยืนหยัดมาได้ มาจากความสามารถของ Chuckie เอง และเขาได้ถูกขึ้นชื่อว่าเป็น DJ ที่สามารถดึงฝูงชนมาจากทุกผู้ทุกวัยได้ ในฐานะ Producer และความสามารถพิเศษในการมองเหล่า Raver ออก จึงบอกได้ว่า Chuckie ไปได้ไกลกว่าหลายๆ คน ความสามารถเขานั้นได้การสังเกตแนวโน้ม ความเปลี่ยนแปลงทางดนตรีและการเห็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถผ่านเข้ามา รวมถึงการอบรมศิลปินในอีกหลายแง่มุม ผ่านมาในปี 2561 นี้เป็นเหมือนปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด Chuckie เริ่มต้นปีด้วยการเป็น co-producer อย่างยิ่งใหญ่กับคนที่เคยร่วมงานกันมาแล้วหลายๆ ครั้งจาก Netherlands Childplay และได้ทำเพลงฮิตระดับโลก “Mi Gente” ของ J Balvin’s ที่รวมกับ Willy William และได้อยู่ในทุกๆขั้นตอนการรีมิกซ์เพลงของ Beyonce  และได้ปลดปล่อยพลังดนตรีใจกลางอเมริกา โดยมี J Balvin Production ชื่อ Machik ร่วมด้วย ทั้งนี้ยังมี Anitta และ Aruban ซุปเปอร์สตาร์ชาวบราซิลและสมาชิกใหม่อย่าง JEON ร่วมงานด้วย ดังนั้นจึงเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่าความสามารถของ Chuckie เป็นที่น่าประจักษ์ต่อทุกสายตาบนโลก JOEN ได้เซ็นต์สัญญากับบริษัทของ Chuckie และได้ทำบริษัทให้มีอนาคตที่สดใส เพลงของเขาได้ถูกปล่อยไปทั่วโลกดนตรีแห่งลาติน Chuckie ยังคงมีชื่ออยู่ในปี 2561 นี้ จากเพลงHip-hopในยุค90, โฆษณา Dance, bubbling และลาตินสู่ในเมือง มีไม่กี่คนที่จะกล้านำเสนอดนตรีรูปแบบใหม่อย่างเช่นเขาอีกแล้ว

 

Dirtcaps

 

มาที่กลุ่ม DJ และ MC ที่มีเอกลักษณ์และฮอตที่สุดในฮอลแลนด์ ในนาม Dirtcaps กันบ้าง Max Oude Weernink, Danny Groenenboom และ Tim Haakmeester พวกเขาได้รับการยอมรับในฮอลแลนด์ และทั่วยุโรป เมื่อ Dirtcaps เข้าไปในคลับพวกเขามีภารกิจเพียงอย่างเดียวในชีวิต นั่นก็คือ “ทำให้คุณเต้น”

 

 

สไตล์ไดนามิกของพวกเขาสามารถอธิบายได้ดีที่สุดว่าเปรียบเสมือนเป็นผู้หญิงที่เป็นมิตรและกระตือรือร้นตลอดเวลา. คุณจะปลดปล่อยอารมณ์ไปกับ Set เพลงของพวกเขา ซึ่งพวกเขามีผลงานที่ยอดเยี่ยมและเพลงยอดนิยมมากที่สุดตอนนี้ และนั่นคืออาวุธของพวกเขา! Dirtcaps เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มศิลปินที่ได้รับการคัดเลือก และได้รับการนิยมของทุกคนในวงการนี้ ไม่เพียงแต่พวกเขาเล่นเพลงทุกประเภทของพวกเขา แต่พวกเขาสามารถทำเพลงของตัวเองออกมาได้เช่นกัน ทำให้ Dirtcaps มีชื่อเสียงแข็งแกร่งในด้านความอิสระของเพลงและมีเอกลักษณ์. พวกเขาไม่เคยหยุดการทำเพลงสดใหม่ๆ และมักจะใช้เวลาอยู่ในสตูดิโอ เมื่อใดก็ตามที่ทำได้

ในปี พ.ศ 2555 เพลง ‘Money on My Mind’ ออกมาร่วมกับ The Million Plan. ผลงานวิดีโอที่แสดงบน YouTube ได้รับยอดวิวมากกว่าล้านวิว

 

HeadHunterz

 

ดีเจคนต่อไป ต้องบอกเลยว่า นี่คือตำนานของวงการ Hardstyle เลยก็ว่าได้ เรากำลังพูดถึง HeadHunterz หรือ “Willem Rebergen” DJ/Producers ชื่อดังชาวดัตช์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในฐานะโปรดิวเซอร์เขาได้เล่นดีเจได้อย่างน่าทึ่ง และเป็นที่น่าหลงใหลออกมาให้ทุกคนได้ดู เขามีใจที่เปิดกว้าง และความปรารถนาที่เป็นแรงผลักดันในการทำเพลงขึ้นมา และการทำเพลงจึงกลายมาเป็นสนามเด็กเล่นของเขา โดยทุกคนเราจะรู้จักกันดีในชื่อ HeadHunterz หลายปีที่ผ่านมาเขาโลดแล่นอยู่ในวงการมายอดเยี่ยม

 

 

กับพื้นฐานของเขาที่ทำให้เขาแข็งแกร่งและมั่นคงตั้งแต่เริ่มต้น จากอารมณ์ที่หลั่งไหลและเสียงที่หนักแน่นแถมมีสีสันมากของเพลง Hardstyle อีกทั้งการดัดแปลงประเภทดนตรีให้มีเอลักษณ์ที่เด่นมากยิ่งขึ้น เคยมีคำแนะนำจากโลกดนตรี เขาว่ากันว่ามันไม่มีข้อจำกัดของเส้นทางแห่งแรงบันดาลใจนี้ ดนตรีของ Heady สะท้อนความเป็นตัวตนของเขา การผสมผสานและการเรียบเรียง ความโด่งดังจากฐานแฟนคลับที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงผลงานชิ้นเอกของเขาใน Ultra Music ‘Colores’ ft.Tatu และสุดยอดเฟสติวัลของ Hardstyle อย่าง Defqon.1 เส้นทางดนตรีเขามีผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Krewella, W&W, Carnage, Crystal Lake, Hardwell, Reunify, R3hab และ Steve Aoki นอกจากนี้ผลงานที่โดดเด่นในสตูดิโอของเขายังมี ‘The Universe Is Ours’ ‘The Power of Now’, ‘To Be Me’, ‘Won’t Stop Rocking’ และ ‘Live Your Life’ รวมถึงเพลงฮิตติดชาร์ตของเขาที่ได้ทำงานร่วมกับคนดังต่างๆ อาทิ Kaskade, Hardwell, Armin van Buuren, Zedd และ Avicii นี่คือสิ่งที่การันตีความดังของ Headhunterz และทำให้เขาสร้างสรรค์ผลงานเพลงใหม่ๆที่ท้าทายและก้าวต่อไปไม่หยุดยั้งในเส้นทางดนตรีนี้ บางคนอาจกล่าวไว้ว่าเขาเหมือนคนพเนจรที่กำลังค้นหาแนวทางด้านดนตรีที่ไม่มีที่สิ้นสุด พวกเขาอาจพูดถูก แต่นี่คือสิ่งที่ William มักพูดเสมอว่า “ฉันก็แค่อยากจะเป็นอิสระในเส้นทางดนตรีที่ฉันรัก”

 

และนี่ก็คือ 4 Line Up ใหม่ ที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้ทำความรู้จัก ต้องบอกเลยว่า งานดีทั้งนั้น ไม่ควรพลาด พูดได้แค่นี้ ใครที่ยังไม่มีบัตรสามารถ ซื้อบัตรได้ที่ sensationthailand.com ส่วนใครที่มีบัตรแล้วเจอกัน 29 กรกฎาคม นี้ ที่ ไบเทค บางนา

Advertisements

0 comments on “มาทำความรู้จัก 4 ดีเจ Line up ใหม่ ที่จะมาร่วมแจมใน SENSATION RISE

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: